How to รับมือวิกฤตเศรษฐกิจ เจ้าของธุรกิจเตรียมตัวยังไงให้รอด!



[ความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการธุรกิจอาจต้องเผชิญในช่วงวิกฤต]

ความเสี่ยงที่ว่านี้ คือเสี่ยงที่จะขาดสภาพคล่องทางการเงิน เพราะเมื่อเศรษฐกิจมีการชะลอตัว ลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายจะมีความต้องการน้อยลง ผู้ประกอบการจึงอาจต้องชะลอการผลิตสินค้า ทำให้รายรับหรือกำไรตกต่ำ และยังไปแข่งขันกับผู้ค้ารายใหญ่ ทั้งยังต้องแข่งขันกับเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป หากจะทำการตลาดหรือทำธุรกิจแบบเดิมอยู่ก็คงไปไม่รอด เหล่าผู้ประกอบการจึงควรวางแผนให้หนักขึ้น

[ปรับตัวให้ทันเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป]

การจะทำธุรกิจให้อยู่รอดในยุคดิจิตอล ผู้ประกอบการจะต้องปรับธุรกิจให้เข้ากับเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ที่ในปัจจุบันมักใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนโลกโซเชียล และอัตราการใช้โซเชียลมีเดียในเมืองไทยยังสูงเป็นอันดับต้นๆ ในเอเชียอีกด้วย การทำธุรกิจที่มีเพียงหน้าร้านแบบออฟไลน์จึงอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป หากอยากสร้างความได้เปรียบให้กับธุรกิจ พาธุรกิจเติบโตสวนกระแสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ คุณอาจต้องเพิ่มช่องทางการขายโดยใช้โซเชียลมีเดียเข้ามาช่วย ให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าและบริการได้ง่าย นอกจากเรื่องการขาย การชำระเงินก็เช่นกัน ลองเปิดช่องทางการชำระเงินให้หลากหลาย ให้จ่ายได้ทั้งเงินสด บัตรเครดิต และจ่ายผ่านแอพพลิเคชั่น รวมไปถึงบริการส่งของที่รวดเร็วและมีคุณภาพ สินค้าไม่เสียหาย หรือสามารถนัดรับได้ในสาขาที่ใกล้บ้าน ก็จะทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าจากร้านเรานั่นเอง


[หาวิธีเพิ่มลูกค้าใหม่และรักษาฐานลูกค้าเดิม]

การสร้างฐานลูกค้า คือหัวใจสำคัญของทุกธุรกิจ วิธีการสร้างฐานลูกค้าที่ได้ผลต้องเริ่มตั้งแต่การสร้าง First impression หรือสร้างความประทับใจแรกให้กับลูกค้าที่มาซื้อสินค้าของเรา ทำให้ลูกค้าประทับใจตั้งแต่แรกเริ่มจนจบการขาย ลูกค้าจะนึกถึงร้านของเราเป็นอันดับแรกๆ แน่นอน และอาจมีการช่วยบอกปากต่อปาก เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจ เป็นการโฆษณาโดยที่เราไม่ต้องลงทุนเองอีกด้วย

แต่ถึงอย่างนั้น การรักษากลุ่มลูกค้าเดิมหรือลูกค้าเก่าก็สำคัญไม่แพ้กัน ลองมอบสิทธิพิเศษ เช่น มีส่วนลด มีโปรโมชั่น หรือบริการพิเศษอื่นๆ ให้ลูกค้าที่เคยใช้บริการรู้สึกเป็นคนสำคัญ และจะเป็นการจดจำสินค้าที่ลูกค้าแต่ละคนเข้ามาซื้อได้มากขึ้น