สร้างDigitalCultureอย่างไรให้เป็นฉบับของเรา?



#สร้างDigitalCultureอย่างไรให้เป็นฉบับของเรา?

ในยุคดิจิทัลการนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในองค์กรถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่เราใช้เทคโนโลยีเป็นแค่เครื่องมือช่วยบริหารการทำงานในบริษัทเท่านั้น ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่างในองค์กร เนื่องจากบางองค์กรยังคงมีวัฒนธรรมการทำงานแบบเดิม เช่น ยังคงเข้าประชุมกันในห้อง ปริ้นต์เอกสารในการประชุม หรือใช้ Thump Drive สำหรับการโอนย้ายข้อมูลเหมือนเดิม ซึ่งปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการประชุมธุรกิจหรือการโอนย้ายข้อมูลต่าง ๆ สามารถทำได้บนคลาวด์หมดแล้ว คุณสามารถใช้ Conference Call ซึ่งไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถประชุมได้ การอัปโหลดข้อมูลต่าง ๆ เก็บไว้บนคลาวด์สะดวกต่อการดึงมาใช้งานได้ทุกเวลาที่ต้องการ นอกจากนี้เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตก็ไม่จำเป็นต้องปริ้นต์เอกสารออกมา เพื่อประกอบการประชุม อีกด้วย การสร้าง Digital culture นั้น ต้องมากกว่าการใช้ไอทีเป็นเท่านั้น แต่จำเป็นต้องนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ได้อย่างครบวงจร เพื่อเปลี่ยนแปลงการทำงานขององค์กร จากบทความของ Techsauce หัวข้อ กระทรวงวัฒนธรรม เผยโฉม Digital Culture ปลดล็อคการเรียนรู้ด้วยข้อมูลดิจิทัลครบวงจร นอกจากการรวบรวมข้อมูลวัฒนธรรมที่มีอยู่จำนวนมากแล้ว การนำข้อมูลออกมาเผยแพร่สู่ประชาชนและบริษัทได้อย่างถูกต้องและเข้าถึงง่ายก็มีความสำคัญ กระทรวงวัฒนธรรมจึงได้เพิ่มช่องทางในการสื่อสารกับประชาชนในลักษณะของบริการผู้ช่วยอัจฉริยะ หรือ AI Chatbot บน Facebook และ Website ก็ยิ่งมีความจำเป็นต่อธุรกิจที่ทำ ซึ่งทางกระทรวงวัฒนธรรมได้จัดทำช่องทางสื่อสารอย่างครบวงจร” ถ้าพูดถึงองค์กร Digital หลาย ๆ ท่านอาจนึกถึงองค์กรระดับแนวหน้าในเชิงธุรกิจ วันนี้ Direct Money ขอยกตัวอย่าง เช่น Amazon หรือ Google จะเป็นไปได้ไหม ถ้าองค์กรของเราอยากจะประสบความสำเร็จด้วย Digital Culture? การประสบความสำเร็จอย่างองค์กรต้นแบบคงเป็นสิ่งที่หลายองค์กรใฝ่ฝัน แต่ลองนึกภาพว่าถ้าเรายกกระบวนการทำงานแบบ Amazon หรือ Google มาใส่ในองค์กรของเราบ้าง แล้วนำมาใช้กับพนักงานในบริษัทของเรา ผสมผสานให้เข้ากับกระบวนการทำงานในฉบับของเราเอง ที่สืบทอดมา ปี เป็นสิบ ๆ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ท้าทายอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ผลการศึกษาจาก MIT- Sloan ซึ่งทำการสำรวจจากองค์กรมากกว่า 500 องค์กร พบว่ามีข้อสรุปที่น่าสนใจที่จะทำให้องค์กรที่มีวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมสามารถเพิ่มความคล่องตัว ความสามารถในการสร้างนวัตกรรม และเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับองค์กรที่มี Digital Culture ซึ่งเราสามารถทำความเข้าใจ ค่านิยมร่วมของ Digital Culture แล้วนำมาปรับเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติเพื่อส่งเสริม Digital Culture ให้คงไว้ วันนี้ Direct Money จะพาทุกท่านมารู้จักกับค่านิยมที่เป็นตัวตนและส่งเสริม Digital Culture #ค่านิยมร่วมของ Digital Culture? ผลการสำรวจพบว่าค่านิยมขององค์กรที่มี Digital Culture มี 4 ประการ ได้แก่ 1. Impact การสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างด้วยนวัตกรรมที่ไม่หยุดยั้ง 2. Speed ความรวดเร็ว เพื่อก้าวทันการแข่งขันและตอบสนองความต้องการของลูกค้า 3. Openness การเปิดรับต่อความท้าทายเพื่อการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง 4. Autonomy การมีอิสระในการทำสิ่งที่ถูกต้องสำหรับองค์กรและลูกค้าโดยไม่ต้องรอคำสั่ง การปฏิบัติสู่ Digital Culture ขององค์กรแบบ Digital และองค์กรแบบดั้งเดิม ผลการสำรวจยังแสดงให้เห็นว่า แนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกันระหว่างองค์กรแบบ Digital และองค์กรแบบดั้งเดิม ได้แก่อะไรบ้างไปดูกันเลย #การมุ่งเน้นลูกค้า (Obsessing over Customers) ซึ่งหมายถึงการตอบสนองความต้องการลูกค้าในปัจจุบัน และมองถึงลูกค้าในอนาคต #การมุ่งเน้นผลลัพธ์ (Focusing on Results) ซึ่งหมายถึงการพยายามทำงานแบบวัดผลได้นอกเหนือจากการทำงานตามกระบวนการเท่านั้น •ส่วนแนวทางปฏิบัติที่แตกต่างอย่างชัดเจนในองค์กรที่มี Digital Culture ได้แก่ 1. Rapid Experimentation การทดลองอย่างเป็นระบบ เรียนรู้จากผลลัพธ์ที่ได้และปรับใช้อย่างรวดเร็ว 2. Self- Organization การจัดการตนเอง และทำงานร่วมกันกับสายงานใดก็ได้ ระดับใดก็ได้ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 3. Data-Driven Decision Making การเก็บข้อมูล และนำข้อมูลที่ถูกต้องมาใช้ เพื่อการตัดสินใจและการแก้ปัญหา •ในขณะที่แนวทางปฏิบัติขององค์กรที่มีวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมนั้น ได้แก่ 1. Acting with Integrity ดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์ คำนึงถึงจริยธรรม และผลลัพธ์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย 2. Seeking Stability สร้างความไว้วางใจในการดำเนินงานกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงการสร้างความสมดุลในการทำงานของพนักงาน 3. Strictly Conforming to Rules ดำเนินงานตามกฎระเบียบที่วางไว้อย่างชัดเจน เพื่อคงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น แนวทางปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งอาจยังไม่ใช่กุญแจสู่ความสำเร็จที่แท้จริง แนวทางปฏิบัติขององค์กรแบบดั้งเดิมอาจทำให้การดำเนินงานขององค์กรเป็นไปอย่างล่าช้า ไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่วางเป้าหมายไว้ และฉุดรั้งการเติบโตขององค์กร ในขณะที่เราก็เคยเห็นตัวอย่างช่องว่างของ Digital Culture ที่เคยเกิดขึ้นเช่น Amazon.com ซึ่งสามารถสร้างธุรกิจใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ และสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่อง แต่ความไม่ประนีประนอมของ Amazon ก็ทำให้ไม่ได้เป็นที่โปรดปรานของสื่อ หรือผู้ร่วมการตลาดเท่าที่ควร อีกกรณีที่เราเคยพูดถึงกันเช่น Uber ที่สามารถปรับตัว และสร้างนวัตกรรมด้านการบริการได้อย่างรวดเร็ว แต่ท้ายที่สุดกลับสะดุดด้วยความบกพร่องในการบริหารและปกป้องพนักงานของบริษัท