เริ่มต้นธุรกิจด้วยตัวเอง ต้องทำอย่างไรบ้าง?


[ถามตัวเองก่อนว่าชอบธุรกิจอะไร]

ตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าตัวเองชอบธุรกิจอะไรเป็นแนวคิดอันดับแรกๆ ก่อนการเริ่มต้นธุรกิจด้วยตัวเอง การได้ทำในสิ่งที่ชอบ ที่รักและถนัด จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ง่ายกว่าการฝีนทำอะไรที่ไม่ชอบ แต่ผู้ที่เริ่มทำธุรกิจมักชอบมาคิดอีกว่า สิ่งที่เราชอบถ้านำมาทำเป็นธุรกิจจะสามารถมาต่อยอดได้หรือไม่ จะมีคนสนใจธุรกิจหรือเปล่า อย่าได้คิดอย่าได้กลัว เพราะหากความคิดนี้เข้ามาในหัว อาจทำให้มีความท้อและหมดความหวังได้


[ตั้งเป้าหมายในการทำธุรกิจ]

การวางเป้าหมายในการทำธุรกิจเป็นเรื่องที่สำคัญ ลองมองดูว่าอยากทำธุรกิจนี้แล้วได้ผลลัพธ์อะไรกลับมาบ้าง แต่หลายๆ คนที่หันมาทำธุรกิจส่วนตัวเป้าหมายสำคัญส่วนใหญ่ก็คือเรื่องเงิน ทำธุรกิจอย่างไรให้ได้กำไรสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้


[สำรวจตลาดและสถานที่ตั้ง]

การสำรวจตลาดจะทำให้รู้จักกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น เช่น ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างไร พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างไร เป็นต้น อาจนำข้อมูลในส่วนนั้นมาช่วยปรับให้ธุรกิจของคุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นกว่าเดิม


[มั่นใจแล้วลงมือทำเลย]

เมื่อเจอสิ่งที่ชอบ มั่นใจในสิ่งที่จะทำ วางแผนธุรกิจและมีงบประมาณพร้อมที่จะลงทุนแล้ว ก็ควรลงมือทำเลย เพราะยิ่งชิงเปิดธุรกิจก่อน และทำให้ธุรกิจเราเป็นที่รู้จัก ซึ่งธุรกิจที่เป็นคู่แข่งเราเขายังไม่ได้ลงมือทำ เมื่อเริ่มต้นลงมือทำแล้วในช่วงแรกถ้ายังรู้สึกว่ายังไม่มีลูกค้าหรือเงียบ อย่าพึ่งท้อใจ ลองปรับตัวให้เข้ากับตลาดในช่วงนั้น เพิ่มนิด ลดหน่อย มีโปรโมชันดี ๆ ที่ทำให้ธุรกิจไม่ขาดทุนก็ลองนำมาใช้ในช่วงแรกของการเปิดธุรกิจ หมั่นศึกษาและปรับตัวไปเรื่อย ๆ ธุรกิจก็จะเติบโตไปได้อย่างมั่นคงเอง



7 สิ่งที่ช่วยให้การลงทุนทำธุรกิจส่วนตัว ประสบความสำเร็จ

1. ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป

เมื่อเราคิดอยากทำธุรกิจอย่าเพิ่งลงมือทำหุนหันพลันแล่นอย่างที่บอกเอาไว้ตั้งแต่ต้น ว่าต้องวางแผนการตลาด มองหาสินค้าไว้ก่อน จากนั้นศึกษาความต้องการของตลาดว่ามีอะไรเด่น อะไรโดนบ้าง อาจเจาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น วัยกลางคน ผู้สูงวัยว่ามีความต้องการอะไร ทำให้เราทราบถึงสิ่งเหล่านั้น สร้างธุรกิจออกมาตรงใจกลุ่มเป้าหมาย

ลูกค้า และตลาดคือสิ่งที่สำคัญที่สุด หลายธุรกิจเกิดขึ้นมาจากความต้องการของตัวเจ้าของ โดยไม่ได้นึกเลยว่าตลาดมีความต้องการหรือไม่ อีกทั้งในยุคนี้ที่ความต้องการของตลาด และพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปเร็วมาก จึงต้องยิ่งศึกษาให้ดี


2. รักธุรกิจที่ทำมากแค่ไหน

การทำธุรกิจอะไรก็ตามถ้าเป็นสิ่งที่รัก และมี Passion มักทำออกมาได้ดีเสมอ ตั้งแต่การเริ่มต้นหาข้อมูล ศึกษา วางแผน แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่จะต้องเจอระหว่างทาง ซึ่งการเริ่มต้นธุรกิจที่เรารักจะเกิดความต้องการเอาชนะไม่ว่าหนทางเจออุปสรรคใด ๆ ก็ตาม กลับกันหากเริ่มต้นธุรกิจตามคนอื่น เช่น เห็นเพื่อนขายสินค้าแฟชั่น เราก็อยากขายบ้าง เมื่อเจออุปสรรคก็ขอยอมแพ้ไปง่าย ๆ

หลายคนเริ่มธุรกิจโดยการตามคนอื่นแบบไม่ปรับ เปลี่ยน หรือพัฒนาอะไรเลย แบบนี้มีโอกาสที่จะไปได้ไม่ไกล หรือไม่สามารถอยู่ในตลาดได้นาน เพราะเราจะไม่มีไอเดีย หรือ Passion ในการพัฒนาต่อยอดเลย


3. ค่าใช้จ่ายในการลงทุนทำธุรกิจ

ถึงแม้จะเป็น ธุรกิจเล็ก ๆ ลงทุนน้อย ก็ตาม เมื่อรู้แล้วว่าจะทำธุรกิจ เราควรคำนวณต้นทุนด้านต่าง ๆ ให้ดีก่อน ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ การตลาด การจ้างโรงงานผลิต บรรจุภัณฑ์ พนักงาน ค่าจ้างบริษัทรับทำบัญชี ฯลฯ เมื่อรู้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะทำให้เตรียมงบได้เหมาะสม รู้ว่าควรขายสินค้าราคาเท่าไรให้ได้กำไร รวมถึงการกำหนดกลยุทธ์การตลาด การวัดผลลัพธ์ และรู้จุดคืนทุนของธุรกิจ


4. อย่าเพิ่งทิ้งงานประจำ

วัยเริ่มทำงาน หรือวัยรุ่นหลายคนอยากเริ่ม ลงทุนธุรกิจเล็ก ๆ หลายคนพอคิดจะทำธุรกิจก็ลาออกจากงานประจำทันที ขอแนะนำให้ทำธุรกิจพร้อมงานประจำไปก่อน แล้วลองแบ่งเวลามาเริ่มต้นธุรกิจ เพื่อยังคงได้รับเงินเดือนมาใช้จ่ายอยู่ก่อน ค่อย ๆ ปรับตัวเองมาลงมือทำธุรกิจเต็มตัวให้การเงินเกิดสภาพคล่องที่สุด เพราะบางทีธุรกิจใหม่กว่าจะมั่นคงก็ต้องใช้เวลาเหมือนกัน


5. ความรู้สึกยอมแพ้ ท้อแท้

เมื่อคุณมีโอกาสมาลงมือทำธุรกิจแล้ว อาจเกิดความรู้สึกยอมแพ้ ท้อแท้ได้ด้วยอุปสรรคหรือปัญหาต่าง ๆ เพราะเมื่อเริ่มทำธุรกิจแล้ว ยังไงก็จะต้องเจอปัญหา ให้ลองเปลี่ยนความคิดว่าสิ่งเหล่านั้นเข้ามาเพื่อเรียนรู้แล้วแก้ปัญหาให้ถึงที่สุด ทุกปัญหามันมีทางออกเสมอ อยู่ที่เราจะรู้จักคิดแก้ไขได้มากน้อยแค่ไหน หากรู้ว่าเราไม่มีความสามารถพอ ให้รีบหาคนที่มีความรู้ และเข้าไปพูดคุย ขอคำแนะนำให้เร็วที่สุด จะไปถาม Pantip หรือจะเข้า LinkedIn แล้วส่งข้อความโดยตรงคุยกันเลยก็ได้ ถึงจุดนี้ต้องกล้าหาความรู้


6. คิดแผนสำรองไว้

การลงทุนทำธุรกิจย่อมมีความเสี่ยง ดังนั้น คุณจึงควรมีการคิดแผนสำรองเอาไว้หลาย ๆ แผนยิ่งดี เพื่อช่วยรองรับเหตุการณ์ในอนาคตที่อาจเปลี่ยนแปลง ไม่เป็นไปตามที่หวัง ช่วยลดความเสียหายลง ธุรกิจยังคงดำเนินต่อไปได้


อย่างน้อยคือลองคิดถึงสถานการณ์กรณีเลวร้ายที่สุดหรือสถานการณ์ที่แย่ที่สุดดู ลองดูว่าคุณจะรับได้หรือไม่ และหากเกิดขึ้นแล้ว คุณจะแก้ปัญหานั้นได้หรือไม่ จะต้องหาทรัพยากรณ์อะไรเพื่อแก้ปัญหานั้น


7. กระตือรือร้นไว้ อย่าหยุดนิ่ง

หากต้องการให้ธุรกิจที่ลงทุนไปมีความยั่งยืน และเติบโต เจ้าของธุรกิจควรมีแนวคิดอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ เพราะการหยุดอยู่กับที่อาจทำให้ลูกค้าแปรเปลี่ยนไปหาสินค้าใหม่ๆ ได้ง่าย จึงควรกระตือรือร้นพัฒนาตนเอง และสินค้าอยู่เสมอ